1. ความหมายและความเป็นมาของคอมพิวเตอร์กราฟิก
คอมพิวเตอร์กราฟิก หมายถึง การสร้างและการจัดการภาพกราฟิก โดย ใช้ คอมพิวเตอร์ การใช้คอมพิวเตอร์สร้างภาพ การตกแต่งแก้ไขภาพ หรือการจัดการเกี่ยวกับภาพ เช่น ภาพยนตร์ วีดีทัศน์ การตกแต่งภาพถ่าย การสร้างภาพตามจินตนาการ และการใช้ภาพกราฟิกในการนำเสนอข้อมูลต่าง ๆ เพื่อให้สามารถสื่อความหมายให้ชัดเจนและทำความเข้าใจได้ง่ายกว่าเดิม เช่น การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภาพหรือกราฟ แทนที่จะเป็นตารางของตัวเลข ซึ่งในปัจจุบันมีการใช้คอมพิวเตอร์กราฟิกกับงานหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นงานด้านการศึกษา งานด้านธุรกิจ งานด้านการออกแบบ งานด้านบันเทิง หรืองานด้านการแพทย์ เป็นต้น
ความเป็นมาของคอมพิวเตอร์กราฟิก
ค.ศ. 1940 คอมพิวเตอร์จะแสดงภาพกราฟิกโดยใช้เครื่องพิมพ์ โดยรูปภาพที่ได้จะเป็นภาพที่เกิดจากการใช้ตัวอักษรมาประกอบกัน
ค.ศ. 1950 สถาบันเทคโนโลยีแห่งแมสซาซูเซสต์ (Massachusetts Institue Technology : MIT] ได้พัฒนาคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีหลอดภาพ CRT(Cathode Ray Tube) เป็นส่วนแสดงผลแทนเครื่องพิมพ์ เนื่องจากมีความต้องการที่จะให้การติดต่อระหว่างผู้ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์มีความเร็วยิ่งขึ้น
ค.ศ. 1950 ระบบ SAGE (Semi – Automatic Ground Environment) ของกองทัพอากาศ สหรัฐอเมริกาสามารถแปลงสัญญาณจากเรดาร์ให้เป็นภาพบนจอคอมพิวเตอร์ได้ ระบบนี้เป็นระบบกราฟิก เครื่องแรกที่ใช้ปากกาแสง (Light Pen : เป็นอุปกรณ์สำหรับรับข้อมูลชนิดหนึ่ง) สำหรับการเลือกสัญลักษณ์ บนจอภาพได้
ค.ศ. 1950 – 1960 มีการทำวิจัยเรื่องเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์เป็นจำนวนมาก ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นต้นแบบของระบบคอมพิวเตอร์กราฟิกสมัยใหม่ ตัวอย่างเช่น ในปี ค.ศ. 1963 วิทยานิพนธ์ปริญญาเอกของ อีวาน ซูเธอร์แลนด์ (Ivan Sutherland) เป็นการพัฒนาระบบการวาดเส้น ซึ่งผู้ใช้สามารถกำหนดจุดบนจอภาพได้โดยตรงโดยการใช้ปากกาแสง
ค.ศ. 1960 กลุ่มวิศวกบริษัทโบอิ้ง ได้นำคอมพิวเตอร์มาใช้ช่วยออกแบบ เครื่องบินโบอิ้ง 737 ด้วยเครื่อง IBM 7094
ค.ศ. 1964 บริษัท General Motor : GM ได้พัฒนาคอมพิวเตอร์ช่วยการออกแบบ (Computer Aided Design : CAD) เพื่อใช้ออกแบบตัวถังและ ส่วนประกอบรถยนต์โดยซอฟต์แวร์มีชื่อว่า DAC-1
ค.ศ. 1970 ในงานแสดงสินค้านานาชาติ (EXPO) ที่เมืองโอซากา มีการนำเครื่อง Plotter มาสร้างภาพ Vector Graphic
ค.ศ. 1973 บริษัท Xerox ได้เสนอเครื่องคอมพิวเตอร์ Alto ซึ่งเป็นเครื่องระดับ Work Station เครื่องแรก ที่มีเทคโนโลยีการแสดงผลแบบบิตแมป และมีส่วนต่อ ประสานกราฟิกกับผู้ใช้โดยใช้ Mouse และมีคุณสมบัติการพิมพ์แบบ What You See Is What You Get : WYSIWYG
ค.ศ. 1974 สถาบันเทคโนโลยี New York ประสบความสำเร็จในการวิจัยและ พัฒนาจอภาพที่แสดงผลสีได้ 4,096 สี Turnner Whitted นักวิจัยจาก Bell Lab ได้เสนอเทคนิคพิเศษของการจำลอง อิทธิพลของแสงในธรรมชาติมาใช้ในการสร้างภาพสามมิติที่สมจริงคือการตาม รอยรังสี (Ray Tracing)
ค.ศ. 1984 John Lasseter แห่งบริษัท Pixar ได้สร้างภาพยนตร์เรื่องสั้นด้วย คอมพิวเตอร์กราฟิกเรื่องแรกชื่อ Luso Jr. และต่อมาอีก 2 เรื่อง ได้แก่ Red’s Dream และ Tinny ซึ่งได้รับรางวัล Oscar ในปี ค.ศ. 1986
ค.ศ. 1991 บริษัท Pixar และ Walt Disneyได้ร่วมกันสร้างภาพยนตร์ คอมพิวเตอร์กราฟิกเรื่องยาวเรื่องแรก คือ Toy StoryC
2. บทบาทความสำคัญของงานออกแบบกราฟิก
การออกแบบกราฟิกมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อการสื่อสารตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน การออกแบบกราฟิกช่วยให้การสื่อสารข้อมูลเกิดความดึงดูดน่าสนใจ งานออกแบบกราฟิกที่ดีต้องอาศัยการออกแบบที่ดีในการสื่อความหมาย ข้อมูลและความนึกคิดไปยังผู้บริโภค การสร้างสรรค์ งานออกแบบกราฟิกได้มีการพัฒนาและมีรูปแบบที่แตกต่างกันไปตามกาลเวลาและความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปแต่ละยุคสมัย ประกอบกับทักษะและแนวคิดอันสร้างสรรค์ของนักออกแบบนั้นมีส่วนช่วยพัฒนาสังคมให้เจริญและดำรงอยู่อย่างสร้างสรรค์
Allen Hurlburt นักออกแบบและสมาชิกของ The Art Directors Club ได้จำแนกหน้าที่ของงานออกแบบกราฟิก โดยแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ ดังที่ปาพจน์ หนุนภักดี (2553: น.9) อธิบายไว้ดังนี้
– งานออกแบบกราฟิกมีหน้าที่บอกเรื่องราว รายละเอียดต่างๆ ข้อมูลที่ซับซ้อนให้ชัดเจน เข้าใจง่าย (To Inform)
– งานออกแบบกราฟิกแสดงถึงลักษณะของบุคคลหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างมีเอกลักษณ์และบุคลิกของสิ่งนั้น (To Identify)
– งานออกแบบกราฟิกมีหน้าที่โน้มน้าวหรือชักจูง สื่อให้เห็นจุดเด่นของสิ่งที่กล่าวถึง (To Persuade)
งานออกแบบกราฟิกมีส่วนในการสร้างสรรค์การสื่อสารอย่างเป็นระบบมีโครงสร้างที่เป็นระเบียบแบบแผน มีบทบาทอย่างมากมายต่อหลากหลายวงการในลักษณะต่างๆ ดังนี้
2.1 บทบาทของงานกราฟิกต่อการดำรงชีวิต
งานออกแบบกราฟิกที่ดีนั้นมีคุณค่าทางด้านประโยชน์ใช้สอยในชีวิตประจำวันโดยตรงและทางด้านอารมณ์ความรู้สึก มีผลทางอารมณ์ทำให้เกิดความพึงพอใจ สุขสบายใจ หรือก่อให้เกิดความคิดอื่นๆ ส่งผลต่อทัศนคติที่ดีงามของบุคคล
2.2 บทบาทของงานกราฟิกต่อสังคม
งานกราฟิกถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสื่อกลางสำหรับมนุษย์ ทำให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันในสังคม มีบทบาทในการลดข้อจำกัดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับความแตกต่างระหว่างบุคคล งานกราฟิกจึงจำเป็นอย่างยิ่งต่อมนุษย์และสังคมซึ่งมีบทบาทต่างๆ ดังที่วิรุณ ตั้งเจริญ (2539: น.2-9) อธิบายไว้สรุปได้ดังนี้
2.2.1 สร้างความเข้าใจร่วมกันในสังคม บุคคลแต่ละคนมีความแตกต่างกันในด้านต่างๆ การใช้งานกราฟิกเข้าช่วยจะทำให้ง่ายต่อการสื่อความหมายได้เป็นอย่างดี งานออกแบบกราฟิกมีบทบาทในการสร้างสัญลักษณ์เพื่อความเข้าใจและสร้างข้อตกลงที่เข้าใจร่วมกันในสังคม หรือเป็นแนวปฏิบัติร่วมกัน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการดำรงชีวิตร่วมกัน เช่น การออกแบบภาพสัญลักษณ์เพื่อสื่อความหมาย สร้างกฏปฏิบัติที่จำเป็นต้องมีความเข้าใจร่วมกันป้องกันไม่ให้เกิดความสับสนในสังคมในยุคที่การสื่อสารไร้พรมแดน มีการปฏิสัมพันธ์กับนานาชาติ งานออกแบบกราฟิกจึงสำคัญอย่างมากในการสื่อความหมายร่วมกันภายใต้ความแตกต่างของเชื้อชาติและภาษา
2.2.2 สร้างความเจริญก้าวหน้าทางธุรกิจ ด้วยรูปแบบการค้าที่เปลี่ยนไปในปัจจุบัน การแข่งขันที่มีสูงมาก รูปแบบการค้าที่เปลี่ยนไป รูปแบบพาณิชย์อิเล็คโทรนิกส์เข้ามามีบทบาทแทนที่การค้าขายแบบเดิม ผู้ผลิตสินค้าจำเป็นอย่างมากที่จะต้องพึงพาอาศัยกราฟิกในการสร้างเอกลักษณ์ให้กับตัวสินค้าก่ให้เกิดการสร้างอัตลักษณ์องค์กร (Brand Identity) ปรับปรุงรูปร่างหน้าตาของผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ (Packaging Design) ให้ดึงดูดใจผู้บริโภคท่ามกลางคู่แข่งที่มีมากมาย อีกทั้งกราฟิกยังช่วยในการสื่อสารข้อมูล ประชาสัมพันธ์โฆษณา (Public Relation) มีทั้งกราฟิกในรูปแบบสิ่งพิมพ์และรูปแบบมัลติมีเดีย
2.2.3 สร้างความเจริญก้าวหน้าทางวิชาการ ในยุคแห่งการเรียนรู้ไร้พรมแดน ผู้คนไม่จำเป็นต้องเรียนรู้ในชั้นเรียนอีกต่อไป สามารถศึกษา ค้นคว้า เรียนรู้ด้วยตนเองจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ มากมาย เช่น เรียนรู้ทางอินเทอร์เน็ต สื่อเรียนรู้มัลติมีเดียต่างๆ ซึ่งองค์ประกอบสำคัญใน การสร้างสรรค์สื่อเหล่านี้คือการออกแบบกราฟิก ภาพที่นำมาใช้ การใช้สี และการจัดวางตัวอักษร ล้วนต้องถูกออกแบบมาอย่างดีเพื่อให้เกิดการสื่อสารที่ง่าย รวดเร็ว น่าสนใจส่งผลให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ
2.2.4 การสื่อสารที่ไร้พรมแดน ในปัจจุบันงานกราฟิกมีอิทธิพลอย่างมากต่อการสื่อสารในระดับสากล สามารถสื่อความหมายไปสู่กลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันทางด้านเชื้อชาติ และภาษา สามารถสื่อสารได้แทนคำพูดต่างๆ ได้โดยการใช้งานกราฟิก นักออกแบบกราฟิกจึงจำเป็นอย่างมากที่จะต้องมีความรู้ความเข้าในในศาสตร์ด้านการออกแบบ สุนทรียศาสตร์เพื่อช่วยให้ได้สร้างสรรค์ผลงานออกแบบกราฟิกเพื่อการสื่อความหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยมีองค์ประกอบของความสวยงาม (Asthetic) มีประโยชน์ใช้สอยที่ดี (Funtion) และมีแนวความคิดในการออกแบบที่ดี (Concept) งานกราฟิกที่ดีนั้นควรกระตุ้นให้เกิดกระบวนการสื่อสารอย่างครบวงจร แสดงคุณค่าของงานออกแบบและสามารถสอดประสานกับประเพณี ศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่นได้อีกด้วย
3. หลักการทำงานและการแสดงผลของภาพกราฟิก
3.1 หลักการทำงานของภาพกราฟิก คือ ภาพที่เกิดบนจอคอมพิวเตอร์ เกิดจากการทำงานของโหมดสี RGB ประกอบด้วย สีแดง สีเขียว และสีน้ำเงิน โดยใช้หลักยิงประจุไฟฟ้าให้เกิดการเปล่งแสงของสีทั้ง 3 สีมาผสมกัน ทำให้เกิดเป็นจุดสีสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่เรียกว่า พิกเซล (Pixel)

ภาพแสดง พิกเซล (Pixel) (Photo: https://chatgpt.com/c/6728411d-1d2c-8012-a188-e44d6e89a7c1)
3.2 การแสดงผลของภาพกราฟิก
3.2.1 กราฟิกแบบบิตแมป (Bitmap) หรือ แบบราสเตอร์ (Raster) เป็นภาพที่เกิดจากการเรียงตัวของจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่เรียกว่า “พิกเซล (Pixel)” มีการเก็บค่าสีที่เจาะจงในแต่ละตำแหน่งจนเกิดเป็นภาพในลักษณะต่าง ๆ เช่น ภาพถ่าย

ภาพแสดง กราฟิกแบบบิตแมป (Bitmap) (Photo by: Kanchanok Singchoo)
3.2.2 กราฟิกแบบเวกเตอร์ (Vector)การรวมเอาคำสั่งทางคอมพิวเตอร์และสูตรทางคณิตศาสตร์ที่มีการสร้างให้แต่ละส่วนของภาพเป็นอิสระ ต่อกัน โดยแยกชิ้นส่วนของภาพทั้งหมดออกเป็นเส้นตรง รูปทรง หรือ ส่วนโค้ง โดยมีสีและตำแหน่งของสีที่แน่นอน

ภาพแสดง กราฟิกแบบบิตแมป (Bitmap) (Photo by: Kanchanok Singchoo)
3.3 ข้อแตกต่างของภาพแบบ Bitmap และ Vector

ภาพแสดง ข้อแตกต่างของภาพแบบ Bitmap และ Vector (Photo by: Kanchanok Singchoo)
4. ประเภทของภาพกราฟิก
4.1 กราฟิกประเภทสองมิติ (2D) เป็นภาพกราฟิกที่มีแต่ความกว้าง และความยาว แต่จะไม่มีความหนาหรือความลึก ได้แก่ ภาพสามเหลี่ยม ภาพสี่เหลี่ยม ภาพถ่าย ภาพลายเส้น ภาพวาด เป็นต้น โดยทั่วไปเรียกภาพกราฟิกประเภท 2 มิติว่า ภาพร่าง



ภาพแสดง กราฟิกประเภทสองมิติ (2D) (Photo by: Kanchanok Singchoo)
4.2 กราฟิกประเภทสามมิติ (3D) เป็นภาพที่เกิดจากการใช้โปรแกรม สร้างภาพ 3 มิติ ภาพที่ได้จะมีลักษณะเหมือนภาพที่มองจากตาคน โดยภาพกราฟิกประเภท 3 มิติจะมีส่วนโค้ง เว้า มุม แสง ความลึกและรายละเอียดที่สูงขึ้นจากภาพกราฟิกประเภท 2 มิติ มีลักษณะการมองภาพที่เหมือนจริง


ภาพแสดง กราฟิกประเภทสามมิติ (3D) (Photo: https://free3d.com/3d-model/rose-1890.html)
5. ประเภทของไฟล์ภาพกราฟิก
5.1 JPEG หรือ JPG (Join Photographic Export Group) เป็นรูปแบบไฟล์ที่เก็บภาพแบบราสเตอร์ที่ไม่ต้องการคุณภาพสูงมากนัก เช่น ภาพถ่ายจากกล้องดิจิตอล ภาพถ่ายจากโทรศัพท์มือถือและภาพกราฟิกสำหรับแสดงบนอินเทอร์เน็ต สามารถแสดงสีได้ถึง 16.7 ล้านสี เป็นไฟล์ภาพชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยม เพราะไฟล์มีขนาดเล็กสามารถบีบอัดข้อมูลได้หลายระดับ


ภาพแสดง ไฟล์ภาพแบบ .JPEG หรือ .JPG (Photo by: Kanchanok Singchoo)
5.2 GIF (Graphic Interchange Format) เป็นไฟล์ภาพที่สามารถบีบอัดข้อมูลให้มีขนาดเล็กได้ส่วนมากจะนำไปใช้บันทึกเป็นไฟล์ภาพ เคลื่อนไหวและนิยมมากในการใช้งานบนเว็บเพจ


ภาพแสดง ไฟล์ภาพแบบ .GIF (Photo : https://www.pinterest.com/)
5.3 PNG (Portable Network Graphics) เป็นชนิดของไฟล์ภาพที่นำจุดเด่นของไฟล์ภาพแบบ GIF และแบบ JPG มาพัฒนาร่วมกันทำให้ไฟล์ภาพชนิดนี้แสดงสีได้มากกว่า 256 สีและยังสามารถทำพื้นหลังภาพให้โปร่งใสได้ จึงเป็นไฟล์ภาพที่ได้รับความนิยมมาก ในปัจจุบัน


ภาพแสดง ไฟล์ภาพแบบ .PNG (Photo : https://www.kts.ac.th/)
5.4 BMP (Windows Bitmap) รูปแบบที่แสนคลาสสิค เป็นมาตรฐานของ Microsoft windows แสดงผลได้ 16.7 ล้านสี บันทึกได้ทั้งโหมด RGB, Index Color, Grayscale และ Bitmap สามารถเปิดใช้งานได้หลายโปรแกรม แต่คุณภาพจะสู้รูปแบบJPEG ไม่ได้

ภาพแสดง ไฟล์ภาพแบบ .BMP (Photo : Kanchanok Singchoo)
6. หลักการใช้สีและแสงในคอมพิวเตอร์
6.1 ระบบสี RGB ย่อมาจาก Red, Green และ Blue คือ กระบวนการผสมสีจากแม่สี 3 สี คือสีแดง สีเขียว และสีน้ำเงิน การใช้สัดส่วนของสี 3 สีนี้ต่างกัน จะทำให้เกิดสีต่าง ๆ ได้อีกมากมาย ซึ่ง RGB จะถูกนำไปใช้กับสื่อที่ใช้ระบบแสงแสดงภาพ เช่น ทีวี คอมพิวเตอร์ กล้องถ่ายภาพ โปรเจคเตอร์ เป็นต้น

ภาพแสดง ระบบสี RGB
6.2 ระบบสี CMYK ย่อมาจาก Cyan (ฟ้าอมเขียว) Magenta (แดงอมม่วง) Yellow (เหลือง) Black (ดำ) ซึ่งเป็นชื่อสีที่นำมาใช้ การผสมสีทั้งสี่นี้ จะทำให้เกิดสีได้อีกหลายร้อยสี นำมาใช้ในการพิมพ์สีต่าง ๆ ซึ่งเป็นสีที่เรามองเห็นบนวัตถุต่าง ๆ เช่น กระดาษ หรือสิ่งพิมพ์ต่างๆ

ภาพแสดง ระบบสี CMYK
6.3 ระบบสี RYB รูปแบบสีสำหรับผู้ทำงานศิลปะ RYB เป็นรูปแบบที่ค่อนข้างเก่าแก่และถูกสอนถ่ายทอดกันมาเพื่อใช้ในวงการศิลปะ มีสามแม่สีได้แก่ แดง, เหลือง และ น้ำเงิน ซึ่งเป็นการรวมตัวแบบลบ (Subtractive Color) เช่นเดียวกันกับ CMYK รูปแบบสี RYB นี้ในการใช้งานจริงจะหม่นลึก, ไม่อิ่มตัวสดใสเหมือน RGB ที่เห็นบนหน้าจอ สีแต่ละสีจะสื่อถึงความหมายที่แตกต่างกันออกไป โดยผู้ออกแบบงานด้านกราฟิกจำเป็นต้องเลือกใช้ให้มี ความเหมาะสมกับงานแต่ละประเภท และตรงกับความหมายที่กราฟิกต้องการสื่อออกไป

ภาพแสดง ระบบสี RYB
6.4 ระบบสีแบบ HSB เป็นระบบสีตามการมองเห็นของมนุษย์ ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ

ภาพแสดง ระบบสี HSB
6.1 HUE คือ สีต่างๆ ที่เกิดจากแสงสะท้อนมาจากวัตถุแล้วมาเข้าสู่ตาของมนุษย์ ถูกวัดโดยตำแหน่งการแสดงสีจาก “วงล้อสี” ซึ่งมักจะเรียกสีกันตามที่เห็นแต่ละสี เช่น สีเขียว, สีเหลือง, สีแดง, สีน้ำเงิน เป็นต้น
6.2 Saturation คือ ค่าความสดของสี จะเริ่มที่ 0 ถึง 100 โดยถ้ากำหนดค่าที่ 0 สีที่ออกมาจะมีความสดน้อย ถ้ากำหนดค่า 100 สีจะสดมาก
6.3 Brightness คือ ค่าความสว่างและมืดของสี จะเริ่มที่ 0 ถึง 100 เหมือนกัน โดยถ้ากำหนดค่าที่ 0 จะเป็นสีดำ ส่วน 100 จะเป็นสีขาว
ระบบสี HSB นี้เหมาะกับไปใช้ในงานประเภท UI บนแอปพลิเคชัน ซึ่งข้อดีคือใช้งานง่าย สีมีความใกล้เคียงกัน เวลาปรับค่าสี ไม่ต้องใช้ Color Picker จิ้มดูดสี หรือจิ้มไล่สีใน RGB เพราะ HSB ถ้าเทียบกับความเป็นจริงก็เหมือนกับแสงและเงาที่เรามองเห็นได้ทั่วไป ที่ให้เห็นมิติของวัตถุ เป็นการปรับค่าที่อยู่ในเฉดเดิม แต่อาศัยโดยการปรับที่ค่า Saturation กับ Brightness แทน
6.5 ระบบสีแบบ Lab เป็นมาตรฐานสำหรับการวัดค่าแบบครอบคลุมทุกสีในระบบสี RGB และ CMYK สามารถใช้กับสีที่ เกิดจากอุปกรณ์ทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นจอคอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ สแกนเนอร์ รวมทั้งอุปกรณ์อื่นๆ ส่วนประกอบของระบบสีนี้ ได้แก่

ภาพแสดง ระบบสี LAB (Photo : https://www.vijismith.com/the-psychology-of-colors/)
L (Luminance) เป็นค่าความสว่าง จะมีค่าตั้งแต่ 0 (สีดำ) ไปจนถึงค่า 100 (สีขาว)
A แสดงการไล่สีจากสีเขียวไปยังสีแดง
B แสดงการไล่สีจากสีน้ำเงินไปยังสีเหลือง
7. การประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์กราฟิกในงานต่าง ๆ
การนำงานกราฟิกไปประยุกต์ใช้ในด้านต่าง ๆ ในยุคปัจจุบันมีการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีอย่างไม่หยุดยั้ง ทำให้การสื่อสารมีสีสันและชีวิตชีวามากขึ้น โดยการใช้ภาพกราฟิกมาประยุกต์ร่วมกับงานด้านต่าง ๆ เพื่อให้งานดูสวยงามและดึงดูดใจให้น่าใช้งานมากยิ่งขึ้น ซึ่งแบ่งงานด้านภาพกราฟิกออกได้ดังนี้
7.1 คอมพิวเตอร์กราฟิกกับงานด้านการออกแบบ
คอมพิวเตอร์ ได้เข้ามามีบทบาทกับงานด้านการออกแบบในสาขาต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก เช่น งานด้านสถาปัตย์ออกแบบภายในบ้าน การออกแบบรถยนต์ การออกแบบเครื่องจักรกล รวมถึงการออกแบบวงจรไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งโปรแกรมที่ใช้จะเป็นโปรแกรม 3 มิติ เพราะสามารถกำหนดสีและแสงเงาได้เหมือนจริงที่สุด อีกทั้งสามารถดูมุมมองด้านต่าง ๆ ได้ทุกมุมมอง

ภาพแสดง คอมพิวเตอร์กราฟิกกับงานด้านการออกแบบ (Photo : http://patompong-pk.com/)
7.2 คอมพิวเตอร์กราฟิกกับงานด้านโฆษณา
ปัจจุบัน การโฆษณาสินค้าทางโทรทัศน์ได้นำภาพกราฟิกเข้ามาช่วยในการโฆษณาสินค้าเพื่อ เพิ่มความน่าสนใจมากขึ้น เช่น การทำหิมะตกที่กรุงเทพฯ การนำการ์ตูนมาประกอบการโฆษณาขนมเด็ก เป็นต้น และการโฆษณาสินค้าด้วยภาพกราฟิกยังมีอยู่ทุกที่รอบตัวเราไม่ว่าจะเป็นตาม ป้ายรถเมล์ ข้างรถโดยสาร หน้าร้านค้าตามแหล่งชุมชนต่าง ๆ เป็นต้น

ภาพแสดง คอมพิวเตอร์กราฟิกกับงานด้านโฆษนา (Photo : http://patompong-pk.com/)
7.3 คอมพิวเตอร์กราฟิกกับงานด้านการนำเสนอ
การนำเสนอข้อมูลต่าง ๆ เป็นการสื่อความหมายให้ผู้รับสารเข้าใจในสิ่งที่ผู้สื่อต้องการ และการสื่อสารที่ดีจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้ภาพเข้ามาช่วยเพื่อเพิ่มความ เข้าใจให้กับผู้รับสาร เช่น การสรุปยอดขายสินค้าในแต่ละปีด้วยกราฟ หรือการอธิบายระบบการทำงานของบริษัทด้วยแผนภูมิ เป็นต้น

ภาพแสดง คอมพิวเตอร์กราฟิกกับงานด้านนำเสนอ (Photo : http://patompong-pk.com/)
7.4 คอมพิวเตอร์กราฟิกกับงานด้านเว็บเพจ
ธุรกิจ รับสร้างเว็บเพจให้กับบริษัทหรือหน่วยงานต่าง ๆ ได้นำคอมพิวเตอร์กราฟิกเข้ามาช่วยในการสร้างเว็บเพจ เพื่อให้เว็บเพจที่สร้างมีความสวยงามน่าใช้งานยิ่งขึ้น

ภาพแสดง คอมพิวเตอร์กราฟิกกับงานด้านเว็บเพจ (Photo : http://patompong-pk.com/)
7.5 คอมพิวเตอร์กราฟิกกับงานด้าน Image Retouching
ปัจจุบัน ธุรกิจคอมพิวเตอร์กราฟิกที่ใช้ในการ Retouching ภาพ ได้เปิดตัวขึ้นเป็นจำนวนมาก เพราะสามารถตอบสนองความต้องการของคนในการทำภาพตามจินตนาการได้เป็นอย่างดี เช่น การทำภาพผิวกายให้ขาวเนียนเหมือนดารา การทำภาพเก่าให้เป็นภาพใหม่ การทำภาพขาวดำเป็นภาพสี และการทำภาพคนแก่ให้ดูหนุ่มหรือสาวขึ้น เป็นต้น

ภาพแสดง คอมพิวเตอร์กราฟิกกับงานด้าน Image Retouching (Photo : http://patompong-pk.com/)
7.6 กราฟิกด้านอื่นๆ

ภาพแสดง คอมพิวเตอร์กราฟิกกับงานด้านการแพทย์ (Photo : http://patompong-pk.com/)

ภาพแสดง คอมพิวเตอร์กราฟิกกับงานด้านกราฟิกเสมือนจริง (Photo : http://patompong-pk.com/)

ภาพแสดง คอมพิวเตอร์กราฟิกกับงานด้านเกมและสถานการณ์จำลอง (Photo : http://patompong-pk.com/)

ภาพแสดง คอมพิวเตอร์กราฟิกกับงานด้าน CG Photo: http://patompong-pk.com/)
8. อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ใช้ในงานกราฟิก
เนื่องจากคอมพิวเตอร์สามารถนำมาใช้ประโยชน์ ในการสร้างงานกราฟิกได้หลายประเภทดังนั้นจึงมีอุปกรณ์มากมายที่ถูกนำมาใช้ร่วมกับโปรแกรมต่างๆ ซึ่งอุปกรณ์ที่ใช้ในงานกราฟิกที่พบเห็นกันบ่อยๆ มีดังนี้
8.1 อุปกรณ์นำเข้า (Input Devices)
8.1.1 สแกนเนอร์ (Scanner) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้อ่าน หรือสแกนข้อมูลหรือภาพถ่ายบนเอกสารเข้าไปในเครื่อง โดยใช้แสงส่องกระทบวัตถุให้สะท้อนไปตกบนตัวรับแสงทีละแถว ซึ่งข้อมูลจะถูกแปลงเป็นจุดเล็กๆ ในแบบดิจิตอลเข้าไปเก็บในเครื่องพีซี เมื่อต้นกำเนิดแสงและตัวรับแสงเลื่อนไป ภาพที่ได้จะเป็นส่วนต่าง ๆ ของภาพ ต่อเนื่องกันไปทีละแถวของจุดจนกว่าจะสุดภาพ

ภาพแสดง 3D Scanner Photo: https://www.print3dd.com/product/revopoint-mini-3d-scanner/

ภาพแสดง Scanner Photo: https://th.canon/th/business/dr-s150/product?category=scanning&subCategory=document-scanners
8.1.2 กล้องดิจิตอล (Digital Camera) เราสามารถถ่ายภาพในรูปแบบดิจิตอล ที่มีความละเอียดสูงโดยตรงจากกล้องถ่ายภาพดิจิตอล ถึง 3-4 ล้านพิกเซลขึ้นไป ซึ่งเหมาะกับการใช้งานกราฟิก

ภาพแสดง กล้องดิจิตอล Photo: https://www.nytimes.com/wirecutter/reviews/best-vlogging-cameras/)
8.1.3 จอสัมผัส (Touch Screen) เป็นหน้าจอที่ยอมให้ผู้ใช้ใช้นิ้วชี้ที่หน้าจอ เพื่อเลือกเมนูบนหน้าจอได้ งานที่นิยมใช้หน้าจอแบบทัชสกรีน เช่น เครื่อง ATM (Automate Teller Machines), ร้านขายยา, และซูเปอร์มาร์เก็ต

ภาพแสดง จอสัมผัส (Touch Screen) Photo: https://www.mc.co.th/eshop/content/245-interactive-touch-screen-display
8.1.4 ปากกาแสง (Light Pen) เป็นอุปกรณ์รับข้อมูลที่ทำงานด้วยการตรวจจับแสงบนหน้าจอ CTR ของคอมพิวเตอร์ ใช้ในการคลิกเลือก และวาดบนหน้าจอเหมือนการใช้ Touch Screen แต่จะทำงานด้วยการตรวจจับแสงซึ่งใช้กับจอ CTR เท่านั่น ไม่สามารถทำงานกับจอ LCD หรือ Projector ได้

ภาพแสดง ปากกาแสง (Light Pen) Photo: https://www.amazon.sa/-/en/Penyeah-Flashlight-Lighted-Recording-Writing/dp/B07QRHHRM7?th=1
8.1.5 กระดานกราฟิก (Graphics Tablet) เป็นอุปกรณ์ที่รองรับการวาดภาพ ซึ่งสามารถทำงานกับคอมพิวเตอร์ได้โดยตรง สนับสนุนกับโปรแกรมกราฟิกต่างๆ เช่น Photoshop, Illustrator เป็นต้น จึงทำให้เราสามารถวาดภาพ และแก้ไขภาพได้ ซึ่งจะแสดงผลเป็นภาพอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ปัจจุบันได้พัฒนาเป็นหน้าจอ TFT เหมือนเครื่อง Tablet PC ซึ่งเราสามารถวาดภาพอยู่บนหน้าจอแสดงผลได้โดยตรง

ภาพแสดง กระดานกราฟิก (Graphics Tablet) Photo: https://www.ucall.in.th/WACOM-Intuos-Draw
8.2 อุปกรณ์ในการแสดงผล (Output Devices)
8.2.1 เครื่องพิมพ์ (Printer) เครื่องพิมพ์ที่ใช้แสดงผลงานลงบนกระดาษได้ทั้งตัวอักษรและรูปภาพ ปัจจุบันมีให้เลือกหลายแบบเพื่อการนำไปใช้งานต่างกัน ดังนี้
1) เลเซอร์พรินเตอร์ (Laser Printer) ทำงานโดยการยิงลำแสงเลเซอร์ เพื่อจัดเรียงผงหมึกให้เกิดเป็นภาพที่ต้องการ จากนั้นก็ใช้แรงดันและความร้อนผลักให้หมึกจับตัวติดกับเนื้อกระดาษ ผลลัพธ์จะมีความละเอียดมากที่สุด และมีความเร็วสูงสุดในบรรดาเครื่องพิมพ์ทั้งหมด เครื่องพิมพ์เลเซอร์มี 2 แบบ คือ ขาว/ดำ และสี ซึ่งแบบขาว/ดำ จะมีราคาอยู่ที่หมื่นกว่าบาท นิยมใช้ในงานพิมพ์เอกสารในสำนักงาน ส่วนแบบสีจะมีราคาอยู่ที่แสนกว่าบาท ซึ่งเหมาะกับงานกราฟิกชั้นสูง

ภาพแสดง เลเซอร์พรินเตอร์ (Laser Printer) Photo: https://www.brother.co.th/th-th/printers/all-printers/mfc-l8690cdw
2) อิงค์เจ็ตพรินเตอร์ (Inkjet Printer) ใช้หลักการพ่นหมึกผ่านทางท่อพ่นหมึกเล็ก โดยให้เกิดจุดสีเล็กๆ เรียงต่อกันจนเกิดเป็นภาพ จะมีความละเอียดน้อยกว่าเลเซอร์นิดหน่อย ราคาเครื่องถูก แต่หมึกแพง และพิมพ์ช้ากว่าเลเซอร์จะเหมาะสำหรับงานสี อาร์ตเวิร์ค สิ่งพิมพ์ และถ่ายสติ๊กเกอร์ หากจะใช้พิมพ์งานเอกสารสำนักงานทั่วไปที่เป็นสีขาวดำ ราคาหมึกต่อแผ่นจะสู้ใช้เครื่องพิมพ์เลเซอร์ไม่ได้ อีกทั้งความละเอียด และความเร็วน้อยกว่ามาก

ภาพแสดง อิงค์เจ็ตพรินเตอร์ (Inkjet Printer) Photo: https://printerparker.com/best-printer-2024/
3) ดอตเมทริกซ์พรินเตอร์ (Dot Matrix Printer) จะใช้หัวเข็มกระแทกลงบนแผ่นหมึกคาร์บอน ทำให้เกิดรอยหมึกเป็นข้อความและภาพ ดอตเมทริกซ์เป็นพรินเตอร์ที่มีความละเอียดต่ำ ราคาหมึกถูก ราคาเครื่องปานกลาง แต่พิมพ์ช้าและมีเสียงดัง ไม่ค่อยนิยมใช้ในปัจจุบัน แต่มีประโยชน์ในด้านการทำกระดาษไขสำหรับงาน โรเนียวเอกสารและการพิมพ์โดยซ้อนกระดาษ Carbon (แต่ยังมีการใช้งานอยู่เป็นจำนวนมากในหน่วยงานราชการทั่วไป)

ภาพแสดง ดอตเมทริกซ์พรินเตอร์ (Dot Matrix Printer)Photo: https://www.epson.co.th/TKDN/SIDM/Epson-LQ-310/p/C11CC25301
4) พล็อตเตอร์ (Plotter) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้วาดภาพบนกระดาษ โดยการรับคำสั่งจากเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่จะทำงานแตกต่างจากพรินเตอร์ตรงที่พล็อตเตอร์จะวาดภาพโดยการวาดเป็นเส้น ด้วยปากกาแต่ละสีวาดผสมกัน ส่วนเครื่องพิมพ์จะพิมพ์ลงมาเป็นจุดสีคละกันทำให้เรามองดูเกิดเป็นภาพ เราจะใช้พล็อตเตอร์ในการวาดแบบอาคาร หรือแบบทางวิศวกรรม ที่ถูกสร้างด้วยโปรแกรมออกแบบต่างๆ

ภาพแสดง พล็อตเตอร์ (Plotter) Photo: (https://www.exapro.com/linkprint-p200-uv-hybrid-duo-p240916170/)
9. 5 เครื่องมือทำงาน Graphic Design ปี 2024
ปัจจุบันงานออกแบบกราฟิกถูกนำไปใช้ในงานแทบจะทุกสายอาชีพ อาจด้วยเพราะงานกราฟิกเป็นการสื่อสารความรู้และความคิดแบบสร้างสรรค์แบบย่อยได้ง่าย บวกกับสื่อโซเชียลเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้นจนปฏิเสธไม่ได้ว่ามีงานกราฟิกให้เราได้เห็นกันอยู่ทุกวัน ซึ่งตัวเลือกเครื่องมือที่ตอบโจทย์การออกแบบกราฟิกนั้นก็มีอยู่หลาก เพื่อช่วยผู้ที่สนใจหรือสายอาชีพที่เกี่ยวข้องกับงานกราฟิกโดยตรงมีโซลูชั่นที่เหมาะสมที่สุดสำหรับความต้องการ โดยแอปพลิเคชันและเครื่องมือออกแบบกราฟิกชั้นนำโดยเปรียบเทียบคุณสมบัติหลัก ข้อดีและข้อเสีย และราคาของแต่ละอย่างมาไว้ให้แล้ว
9.1 Adobe Illustrator

ภาพแสดงโปรแกรม Adobe Illustrator Photo: (https://www.adobe.com)
Adobe Illustrator เป็นโปรแกรมวาดรูป (Drawing Software) หรือออกแบบงานด้านกราฟิก ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดย บริษัท Adobeประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นมาตรฐานในการออกแบบระดับสากลสามารถทำงานออกแบบได้หลากหลาย ไม่ว่าจะออกแบบโลโก้ (Logo) สิ่งพิมพ์ (Publishing) และบรรจุภัณฑ์ (Packaging) นอกจากนี้ยังสามารถออกแบบงานเพื่อใช้เป็นภาพประกอบในการทำงานอื่น ๆ ได้อีก เช่น การ์ตูน หรือภาพประกอบหนังสือ ซึ่งในปัจจุบันก็มีผู้ใช้กันอย่างแพร่หลาย
คุณสมบัติหลัก (เบื้องต้น)
- การสร้างกราฟิกเวกเตอร์: Adobe Illustrator เป็นโปรแกรมที่ใช้สร้างภาพและกราฟิกเวกเตอร์ ซึ่งมีคุณภาพสูงและสามารถปรับขนาดได้โดยไม่เสีย
ความชัดเจน - เครื่องมือสำหรับการวาดและการออกแบบ: มีเครื่องมือที่หลากหลายสำหรับการวาดรูปร่างต่าง ๆ,การสร้างเส้น, และการจัดรูปแบบข้อความ
- การสร้างโลโก้และไอคอน: Illustrator เป็นเครื่องมือที่นิยมในการออกแบบโลโก้และไอคอนด้วยคุณภาพที่สูง
- เครื่องมือที่ใช้ในการสร้างอนิเมชัน: Illustrator มีเครื่องมือที่ใช้ในการสร้างอนิเมชันและเคลื่อนไหวภาพได้ง่ายดาย
ข้อดี
- สามารถใช้ร่วมกับโปรแกรม Adobe อื่น ๆ ได้
- เริ่มต้นจากสร้างไฟล์ใหม่หรือเลือกใช้เทมเพลตได้
- มีเครื่องมือออกแบบเวกเตอร์ที่หลากหลาย
- ความหลากหลายในการสร้างงานออกแบบกราฟิก
- รองรับรูปแบบไฟล์หลายรูปแบบ เช่น jpg, png, psd, pdf, tif, css, webp เป็นต้น
ข้อเสีย
- ใช้ความจำของระบบคอมพิวเตอร์มาก
- มีราคาแพงในการสมัครสมาชิก
- มีความยากในการเรียนรู้
- การจัดการไฟล์ที่ซับซ้อน
- มีข้อจำกัดในความสามารถในการแก้ไขรูปภาพ
ราคา
- รายเดือน ฿1,315.03/เดือน
- รายปี (จ่ายรายเดือน) ฿876.33/เดือน
- รายปี(จ่ายล่วงหน้า) ฿10,066.56/ปี
9.2 Affinity Designer

ภาพแสดงโปรแกรม Affinity Designer Photo: (https://affinity.serif.com/en-us/)
Affinity Designer เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับนักออกแบบกราฟิกผู้เริ่มต้น เนื่องจากมีอินเตอร์เฟซที่ intuitive เป็นอย่างมาก และยังเป็นคู่แข่งที่ดีสำหรับ Adobe Illustrator ด้วยชุดเครื่องมือออกแบบและคุณสมบัติที่คล้ายกัน แต่มีคุณสมบัติที่ใช้ง่ายกว่า เช่น การกำหนดแป้นพิมพ์เฉพาะที่ปรับเปลี่ยนได้อย่างกำหนดเอง ซึ่งช่วยประหยัดเวลาและความพยายามในการสร้างงาน เหมาะสำหรับนักออกแบบที่ต้องการเครื่องมือที่ใช้งานง่ายและไม่มีค่าใช้จ่ายมากนัก
คุณสมบัติหลัก (เบื้องต้น)
- เครื่องมือออกแบบเวกเตอร์: Affinity Designer 2 มีเครื่องมือออกแบบเวกเตอร์ที่มีคุณภาพสูง ทำให้ผู้ใช้สามารถสร้างภาพและออกแบบได้อย่างอิสระและสร้างผลงานที่มีคุณภาพสูง
- การปรับแต่งภาพ: มีคุณสมบัติที่สามารถปรับแต่งภาพและภาพถ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- การทำงานแบบแบ่งหน้า: สามารถทำงานบนหลายหน้างานพร้อมกันได้
- การสนับสนุนการทำงานที่ยืดหยุ่น: สามารถทำงานได้กับรูปแบบไฟล์ต่าง ๆ รวมถึงไฟล์ PSD, PDF, SVG, EPS, และอื่น ๆ
- การร่วมงานและการแบ่งปัน: สามารถแชร์และร่วมงานกับผู้ใช้คนอื่นได้อย่างสะดวก
ข้อดี
- ไม่จำกัดจำนวนอาร์ตบอร์ด
- ใช้ความจำของระบบคอมพิวเตอร์น้อยลง
- ราคาไม่แพง
- พื้นที่ทำงานระดับเวกเตอร์และเรสเตอร์ในโปรแกรมเดียวกัน
ข้อเสีย
- ความยากในการเรียนรู้
- ข้อจำกัดในการใช้บริการคลาวด์
- คู่มือการใช้งานและการติดตั้งที่ยุ่งยาก
ราคา
- MacOS and Windows — $69.99
- One-Time Purchase — $164.99
- iPad — $18.49
9.3 Canva

ภาพแสดงโปรแกรม Canva Photo: (https://www.canva.com)
Canva เป็นตัวเลือกที่ครอบคลุมทุกด้านสำหรับการสร้างโปรเจกต์ต่าง ๆ เช่น อินโฟกราฟิก การออกแบบเว็บไซต์ หรือออกแบบเสื้อยืด โดยใช้อินเตอร์เฟซแบบลากและวางที่ intuitive ซึ่งง่ายต่อการใช้งานสำหรับผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ในการออกแบบกราฟิกมาก่อน โปรแกรมนี้เราสามารถเลือกรูปภาพ,เทมเพลต, พื้นหลัง, และแบบอักษรที่หลากหลายเพื่อเริ่มต้นงานได้เลย ซึ่ง Canva มีหลายรายการที่ใช้ได้ฟรี แต่รูปภาพและกราฟิกอีกหลายรายการเราก็อาจจะต้องซื้อเพิ่มเหมือนกัน
คุณสมบัติหลัก (เบื้องต้น)
- อินเตอร์เฟซลากและวางที่ใช้งานได้ง่าย: Canva มีอินเตอร์เฟซที่ใช้งานได้ง่ายและเข้าใจง่ายโดยไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ในการออกแบบกราฟิกมาก่อน
- คลังเทมเพลตที่หลากหลาย: มีเทมเพลตที่หลากหลายให้เลือกใช้สำหรับการสร้างโปรเจกต์ต่าง ๆเช่น โปสเตอร์, อินโฟกราฟิก, โลโก้, และอื่น ๆ
- การแก้ไขและปรับแต่ง: สามารถแก้ไขและปรับแต่งภาพ, ข้อความ, และองค์ประกอบอื่น ๆ ในโปรเจกต์ได้อย่างอิสระ
- การทำงานร่วมกับทีม: สามารถเชิญชวนผู้อื่นให้ร่วมงานในโปรเจกต์เดียวกันและแชร์ข้อมูลกันได้
- ความสามารถในการสร้างอินโฟกราฟิก: สามารถสร้างอินโฟกราฟิกที่สวยงามและมีประสิทธิภาพได้ง่าย ๆ ด้วยเทมเพลตที่มีอยู่แล้ว
ข้อดี
- ใช้งานง่าย
- ใช้งานได้ฟรี
- วิซาร์ดสำหรับการสร้าง
- คลังภาพและแบบออกแบบที่หลากหลาย
ข้อเสีย
- ข้อจำกัดในรูปแบบฟรี
- ความจำเป็นในการเสียเงินสำหรับบางฟีเจอร์
- ความจำกัดในการปรับแต่ง
- ความขึ้นอยู่กับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
ราคา
- Monthly Plan — ฿230
- Yearly Plan — ฿1,850
9.4 Adobe Photoshop

ภาพแสดงโปรแกรม Adobe Photoshop Photo: (https://www.adobe.com)
Adobe Photoshop เป็นเครื่องมือที่เป็นที่ยอมรับในวงการการพิมพ์บนเดสก์ท็อปมาอย่างยาวนาน เป็นเครื่องมือยอดนิยมของนักออกแบบกราฟิก เพราะมีเครื่องมือแก้ไขรูปภาพที่หลากหลายที่สนับสนุนทั้งมือใหม่และมืออาชีพด้วยอินเตอร์เฟซที่ใช้งานได้ง่ายและมีจำนวนมาก ทำให้เราสามารถควบคุมทั้งจากขนาดแคนวาสไปจนถึงตัวกรองที่เป็นศิลปะได้
คุณสมบัติหลัก (เบื้องต้น)
- เครื่องมือแก้ไขรูปภาพ: มีเครื่องมือแก้ไขรูปภาพที่หลากหลาย ด้วยความหลากหลายของฟังก์ชันที่สามารถปรับแต่งคุณภาพรูปภาพได้อย่างละเอียด
- การทำงานแบบเลเยอร์: การทำงานแบบเลเยอร์ที่ช่วยให้เราสามารถทำการแก้ไขและจัดการส่วนต่าง ๆ ของภาพโดยไม่ส่งผลกระทบต่อส่วนอื่น ๆ
- การสร้างภาพสร้างสรรค์: มีเครื่องมือสร้างสรรค์ภาพ ที่ช่วยให้วเราสร้างงานออกแบบที่สร้างสรรค์และน่าสนใจ
- การทำงานกับการพิมพ์: มีเครื่องมือและคุณสมบัติที่ช่วยในการเตรียมและพิมพ์ภาพด้วยคุณภาพสูงและระดับมืออาชีพ
ข้อดี
- คลังทรัพยากรที่มีขนาดใหญ่ เช่น ภาพสต็อก, เทมเพลต, แบบอักษร, วิดีโอ, และไอคอนที่หลากหลาย
- สามารถใช้ร่วมกับโปรแกรมอื่นของ Adobe เช่น Adobe Illustrator, Adobe InDesign ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- รองรับรูปแบบไฟล์หลายรูปแบบ เช่น jpg, png, psd, pdf, tif, gif เป็นต้น
ข้อเสีย
- ราคาแพ็กเกจค่อนข้างแพง
- ใช้ความจำของระบบคอมพิวเตอร์มาก ซึ่งอาจทำให้คอมพิวเตอร์ที่มีสเปกต่ำมีปัญหาในการใช้งานโปรแกรมนี้
ราคา
- รายเดือน ฿1,315.03/เดือน
- รายปี (จ่ายรายเดือน) ฿876.33/เดือน
- รายปี (จ่ายล่วงหน้า) ฿10,066.56/ปี
9.5 CorelDRAW

ภาพแสดงโปรแกรม Coreldraw Photo: (https://www.coreldraw.com)
CorelDRAW เป็นซอฟต์แวร์ออกแบบกราฟิกที่มีความสามารถหลากหลายและเชี่ยวชาญในการสร้างภาพและกราฟิกต่าง ๆ โดยเฉพาะในการออกแบบและการวาดภาพแบบเวกเตอร์ ซึ่งใช้งานได้อย่างเหมาะสมทั้งสำหรับผู้ใช้ที่เริ่มต้นและผู้ใช้ที่มีประสบการณ์ในการออกแบบ นอกจากนี้ยังมีความสามารถในการทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์อื่น ๆ ในแพลตฟอร์ม Corel และการใช้งานในรูปแบบที่หลากหลาย เช่น การสมัครสมาชิกแบบรายปีหรือการซื้อครั้งเดียว
คุณสมบัติหลัก (เบื้องต้น)
1. การทำงานแบบเลเยอร์: ช่วยให้เราสามารถจัดการกับองค์ประกอบแต่ละส่วนของงานออกแบบได้อย่างเป็นอิสระ
2. การสร้างภาพและเส้นเวกเตอร์: มีเครื่องมือการสร้างภาพและเส้นเวกเตอร์ที่มีความสามารถในการสร้างภาพและรูปภาพที่แม่นยำและสวยงาม
3. การสร้างภาพเคลื่อนไหว: มีความสามารถในการสร้างภาพเคลื่อนไหวและอนิเมชันในซอฟต์แวร์
4. การออกแบบเว็บไซต์: มีเครื่องมือที่ช่วยในการสร้างและออกแบบเว็บไซต์ที่มีความสวยงามและน่าสนใจ
ข้อดี
- ความหลากหลายในเครื่องมือ
- มีเทมเพลตให้ใช้งานได้หลากหลาย
- รองรับรูปแบบไฟล์หลายรูปแบบ เช่น Ai, Eps, pdf, Svg, และอื่น ๆ
- ทำงานร่วมกับโปรแกรมอื่นในชุดซอฟต์แวร์ CorelDRAW เช่น Corel PHOTO-PAINT และ Corel CAPTURE
ข้อเสีย
- ราคาสูง
- การใช้งานที่ซับซ้อน
- ไม่สามารถร่วมใช้งานกับซอฟต์แวร์ค่ายอื่นได้
- ใช้ความจำของระบบคอมพิวเตอร์มาก ซึ่งอาจทำให้คอมพิวเตอร์ที่มีสเปคต่ำมีปัญหาในการใช้งานโปรแกรมนี้
ราคา
- Annual Plan — $36.58/month
- One-Time Purchase — $859.00
อ้างอิงข้อมูล :
ปาพจน์ หนุนภักดี. (2553). หลักการและกระบวนการออกแบบงานกราฟิกดีไซน์. นนทบุรี: ไอดีซีฯ.
วิรุณ ตั้งเจริญ. (2539). การออกแบบ. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์.
ศิริพรณ์ ปีเตอร์. (2549). การออกแบบกราฟิก. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์.
https://datafarm-cybersecurity.medium.com/5-%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0
%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99-graphic-design-%E0%B8%9B%E0%B8%B5-2024-e011d1a061e7
https://bsru.net/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99-graphic-design/ สืบค้นเมื่อ 22 ตุลาคม 2567
